คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง! ไข้หวัดใหญ่ระบาดในเด็กช่วงหน้าหนาว
บทความสุขภาพ
24 ม.ค. 2569
ครั้ง
คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง! ไข้หวัดใหญ่ระบาดในเด็กช่วงหน้าหนาว
เมื่อลมหนาวพัดมาเยือน สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อแม่ไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าที่ต้องหนาขึ้น แต่คือ "กองทัพเชื้อโรค" ที่แพร่กระจายได้ดีเยี่ยมในอากาศเย็นและชื้น โดยเฉพาะ โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ที่มักจะมาระบาดหนักในช่วงนี้ เด็ก ๆ ซึ่งมีภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่จึงกลายเป็นเป้าหมายหลัก ไข้หวัดใหญ่ในเด็กไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา เพราะหากดูแลไม่ทันท่วงทีอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกมิติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือและปกป้องลูกรักของคุณ
ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงระบาดหนักในเด็กช่วงหน้าหนาวมากกว่าฤดูอื่น?
- เชื้อไวรัสทนทานขึ้น : เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชอบอากาศเย็นและความชื้นต่ำ ทำให้มันสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้นและแพร่กระจายได้ไกลกว่าปกติ
- ระบบป้องกันในจมูกอ่อนแอลง : อากาศหนาวทำให้เส้นเลือดในโพรงจมูกหดตัว และเมือกที่คอยดักจับเชื้อโรคทำงานได้น้อยลง เปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูกได้ง่ายขึ้น
- พฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน : ในหน้าหนาว เด็ก ๆ มักจะทำกิจกรรมในอาคารหรือห้องเรียนที่ปิดหน้าต่างมิดชิดเพื่อกันลมหนาว ทำให้การถ่ายเทอากาศไม่ดี หากมีเด็กคนหนึ่งป่วย เชื้อจะแพร่กระจายไปสู่เพื่อนคนอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
- ไข้สูงเฉียบพลัน : เด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีไข้สูงลอย (38.5-40 องศาเซลเซียส) และมักจะลดลงยากแม้จะทานยาลดไข้แล้ว
- อาการทางกายรุนแรง : ลูกจะบ่นปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัวรุนแรง อ่อนเพลียจนไม่อยากลุกขึ้นมาเล่น หรือมีอาการหนาวสั่นอย่างเห็นได้ชัด
- อาการทางเดินหายใจ : มีอาการไอแห้ง ๆ บ่อยครั้ง คัดจมูก น้ำมูกใส แต่อาการปวดเมื่อยและไข้สูงจะเด่นชัดกว่าอาการหวัดทั่วไป
- อาการในเด็กเล็ก : สำหรับเด็กที่ยังพูดไม่ได้ อาจสังเกตได้จากการงอแงผิดปกติ ไม่ยอมทานนม ทานอาหารน้อยลง หรือมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย
- โรคปอดบวม (Pneumonia) : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและอันตรายที่สุด เชื้อไวรัสอาจลุกลามลงสู่ปอด หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ทำให้หายใจหอบเหนื่อยและออกซิเจนในเลือดต่ำ
- ไซนัสและหูชั้นกลางอักเสบ : เด็กอาจมีอาการปวดหูรุนแรงหรือมีหนองไหลออกมาจากหู ซึ่งหากปล่อยไว้จะส่งผลต่อการได้ยิน
- ภาวะชักจากไข้สูง : เนื่องด้วยเด็กเล็กมีศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่ยังไม่สมบูรณ์ ไข้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักได้
- ผลกระทบต่อระบบประสาทและหัวใจ : แม้จะพบไม่บ่อย แต่อาจเกิดภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิต
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่คือเกราะที่ดีที่สุด : ควรพาลูกไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี (ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป) โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ระบาดในปีนั้น ๆ
- ฝึกสุขอนามัยพื้นฐาน : สอนลูกให้ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชนหรือโรงเรียน
- การดูแลเมื่อเริ่มป่วย : ให้ลูกพักผ่อนให้มากที่สุด ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเพื่อลดไข้อย่างถูกวิธี
- รีบพบแพทย์ : หากลูกไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน หรือมีอาการหายใจเร็ว หายใจลำบาก ซึมลง หรือรับประทานอาหารไม่ได้ ควรรีบไปพบกุมารแพทย์ทันทีเพื่อรับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ดีที่สุด

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา