เช็กด่วน! พุงป่องผิดปกติ อาจเป็น “เนื้องอกมดลูก"
บทความสุขภาพ
03 ก.ค. 2569
ครั้ง
เช็กด่วน! พุงป่องผิดปกติ อาจเป็น “เนื้องอกมดลูก"
หลายคนเคยเจอปัญหาตั้งเป้าลดน้ำหนัก คุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายจนเหนื่อย แต่ทำไม "หน้าท้องยังโตยื่นออกมาเหมือนคนท้อง" หรือ อ้วนลงพุง ไม่ยอมยุบสักที อย่าเพิ่งชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่เรื่องพุงหมาน้อยหรือไขมันสะสม เพราะในทางการแพทย์แล้ว อาการท้องโตผิดปกติในผู้หญิง อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบของ "โรคเนื้องอกมดลูก" (Uterine Fibroids) โรคยอดฮิตของสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มักซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ และทำให้หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีอาการเจ็บเตือนในระยะแรก
สัญญาณเตือน... แบบไหนคือ "เนื้องอกมดลูก" ไม่ใช่แค่พุงอ้วน
ถ้าหน้าท้องที่โตขึ้นเกิดจากเนื้องอกมดลูก มักจะมีอาการผิดปกติในระบบสืบพันธุ์และอวัยวะใกล้เคียงแสดงออกมาควบคู่กัน ลองเช็กอาการเหล่านี้ด่วน
- ประจำเดือนมามากหรือมาลากยาวผิดปกติ : มีเลือดประจำเดือนออกเยอะจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยกว่าเดิม มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ปนออกมา หรือรอบเดือนมานานเกิน 7 วัน จนร่างกายเริ่มมีภาวะซีด อ่อนเพลีย และหน้ามืดบ่อยๆ
- ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ : มีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรงในทุกๆ รอบเดือน และปวดทวีความรุนแรงขึ้นในแต่ละเดือนจนต้องพึ่งยาแก้ปวดชนิดแรง เนื่องจากมดลูกต้องบีบตัวอย่างหนักเพื่อขับเลือดออกจากโพรงมดลูกที่มีเนื้องอกขวางอยู่
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือท้องผูกเรื้อรัง : เมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น มันจะเริ่มไปเบียดและกดทับอวัยวะข้างเคียง หากกดทับกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ด้านหน้า จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยทุกลุกทวนนั่ง แต่ถ้าเบียดไปด้านหลังกดทับลำไส้ใหญ่ ก็จะทำให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระลำบาก
- รู้สึกหน่วงท้องน้อย หรือคลำเจอก้อนเนื้อแข็งๆ : เวลาที่นอนหงายราบกับเตียงแล้วลองเอามือกดบริเวณท้องน้อยใต้สะดือ จะรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อแข็งๆ โตๆ ดันมือขึ้นมา หรือรู้สึกหน่วงตึงในอุ้งเชิงกรานคล้ายมีของหนักกดทับอยู่ตลอดเวลา
เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง แต่หากปล่อยให้ก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น ตกเลือดรุนแรง ซีดรุนแรง หรือส่งผลให้มีบุตรยากและแท้งง่าย การดูแลและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- เข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกรานปีละครั้ง : เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัย เพราะการตรวจภายในและทำอัลตราซาวนด์จะช่วยให้สูตินรีแพทย์เห็นขนาดและตำแหน่งของเนื้องอกได้อย่างชัดเจน แม้ก้อนจะยังมีความยาวเพียงไม่กี่เซนติเมตร
- จดบันทึกพฤติกรรมรอบเดือนอย่างสม่ำเสมอ : คอยสังเกตความสม่ำเสมอ ปริมาณเลือด และระดับความปวดท้องในแต่ละรอบเดือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบความผิดปกติ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร : หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูงหนาแน่น เพราะไขมันส่วนเกินจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้คืออาหารจานโปรดที่ทำให้เนื้องอกมดลูกเจริญเติบโตได้ไวขึ้น
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเผาผลาญไขมันและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ลดความเสี่ยงในการกระตุ้นการโตของก้อนเนื้อ

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา