รู้หรือไม่? เรื่องที่อาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "หินปูน"
บทความสุขภาพ
รู้หรือไม่? เรื่องที่อาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "หินปูน"
"หินปูน") หรือแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่สะสมตัวจนแข็งเกาะอยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน เป็นปัญหาช่องปากที่ทุกคนต้องเจอ แม้ว่าหลายคนจะเข้ารับการขูดหินปูนเป็นประจำ แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดและเรื่องเล่าบอกต่อกันผิดๆ เกี่ยวกับหินปูนและการขูดหินปูนอยู่อีกมาก ซึ่งความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจทำให้หลายคนละเลยการดูแล หรือกลัวการไปพบทันตแพทย์โดยไม่จำเป็น วันนี้เรามาไขข้อสงสัยและถอดรหัสความจริงเกี่ยวกับหินปูนกันครับ
5 เรื่องเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับ "หินปูน"
- ความเข้าใจผิด : "ขูดหินปูนแล้ว จะทำให้ฟันกร่อน ฟันบาง หรือฟันโยก"
- ความจริง : หัวขูดหินปูนของหมอฟันใช้ระบบคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic) เพื่อกะเทาะให้คราบหินปูนที่เกาะอยู่หลุดออก โดยไม่ได้ไปกรอหรือกัดเนื้อฟันเลยแม้แต่น้อย ส่วนความรู้สึกว่าฟันบางลงหรือฟันห่างขึ้น เกิดจากหินปูนก้อนใหญ่ที่เคยเกาะแน่นหลุดออกไป และเมื่อหินปูนหลุด เหงือกที่เคยอักเสบบวมก็จะยุบลงสู่ขนาดปกติ ทำให้รู้สึกเหมือนมีช่องว่างระหว่างฟันเพิ่มขึ้นนั่นเอง
- ความเข้าใจผิด : "แปรงฟันแรงๆ หรือใช้ยาสีฟันขจัดหินปูน สามารถขจัดหินปูนเองได้"
- ความจริง : ยาสีฟันหรือแปรงฟันสามารถขจัดได้เพียง "คราบพลัค" (Plaque) หรือคราบจุลินทรีย์นิ่มๆ เท่านั้น หากคราบพลัคตกตะกอนกับแคลเซียมในน้ำลายจนกลายเป็น "หินปูน" (ลักษณะเป็นก้อนแข็ง) แล้ว จะไม่สามารถแปรงหรือขัดออกด้วยตัวเองได้ ต้องให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องมือเฉพาะทางขูดออกเท่านั้น
- ความเข้าใจผิด : "ไม่มีอาการปวดฟัน แปลว่าไม่มีหินปูน ไม่ต้องไปหาหมอฟัน"
- ความจริง : หินปูนในระยะแรกเริ่มมัก ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่มันคือแหล่งสะสมของแบคทีเรียที่ปล่อยกรดและสารพิษออกมาทำลายเหงือกและกระดูกพยุงฟันอย่างเงียบๆ กว่าจะมีอาการปวดหรือฟันโยก โรคเหงือกอักเสบก็อาจลุกลามกลายเป็น "โรคปริทันต์อักเสบ" (รำมะนาด) จนสูญเสียฟันไปแล้ว
- ความเข้าใจผิด : "ขูดหินปูนยิ่งบ่อย ยิ่งดีต่อสุขภาพช่องปาก"
- ความจริง : การขูดหินปูนบ่อยเกินไปโดยไม่จำเป็นอาจทำให้เหงือกระคายเคือง โดยทั่วไปทันตแพทย์แนะนำให้ขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี (ยกเว้นผู้ที่มีภาวะโรคเหงือกรุนแรงที่หมอฟันอาจนัดถี่ขึ้นเป็นทุก 3-4 เดือน)
- ความเข้าใจผิด : "หินปูนเป็นเรื่องแค่ในปาก ไม่ส่งผลต่อร่างกายส่วนอื่น"
- ความจริง : แบคทีเรียสะสมจากหินปูนและโรคปริทันต์สามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางแผลเหงือกอักเสบ ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด โรคหลอดเลือดหัวใจ, ภาวะลิ้นหัวใจอักเสบ, การควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์
เคล็ดลับลดการสะสมคราบหินปูนอย่างถูกวิธี
- แปรงฟันอย่างถูกวิธีด้วยสูตร 2-2-2 : แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, แปรงนานครั้งละ 2 นาทีขึ้นไป, และงดอาหารหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง
- ใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) เป็นประจำทุกวัน : แปรงฟันอย่างเดียวทำความสะอาดได้เพียง 60% ของพื้นที่ฟัน การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบพลัคตามซอกฟันที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง
- พบทันตแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน : เพื่อขูดหินปูนส่วนเกินและตรวจคัดกรองฟันผุตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับหินปูน ทั้งเรื่องการกลัวว่าฟันจะบาง หรือคิดว่าแปรงฟันแรงๆ จะขจัดหินปูนออกเองได้ มักทำให้หลายคนละเลยการดูแลช่องปากที่ถูกต้อง หินปูนคือคราบแข็งที่ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออกเท่านั้น การปรับความเข้าใจใหม่ หมั่นแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันขจัดคราบพลัคทุกวัน และเข้าพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนทุก 6 เดือน คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการรักษาฟันแท้ให้อยู่กับเราไปนานๆ พร้อมรอยยิ้มที่มั่นใจและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา