Back to School Checklist! วัคซีนสำหรับสำหรับลูกน้อยช่วงเปิดเทอม
บทความสุขภาพ
14 พ.ค. 2569
ครั้ง
Back to School Checklist! วัคซีนสำหรับสำหรับลูกน้อยช่วงเปิดเทอม
พฤษภาคม 2026 นี้... ได้เวลาเด็กๆ เปิดเทอม กลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนกันแล้ว! นอกจากกระเป๋าหนังสือและชุดนักเรียนใหม่ อีกหนึ่ง "อาวุธ" ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ "ภูมิคุ้มกัน" เพราะโรงเรียนคือสถานที่ที่เด็กๆ อยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย การเช็กสมุดวัคซีนและเติมเกราะป้องกันให้ครบจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อไม่ให้การเรียนรู้ของลูกต้องสะดุดเพราะอาการป่วย
วัคซีนพื้นฐาน (ต้องเก็บให้ครบตามช่วงวัย)
ก่อนเปิดเทอม ลองเปิดสมุดสีชมพูเช็กดูว่าลูกได้รับวัคซีนเหล่านี้ครบหรือยัง :
- หัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR) : ป้องกันโรคระบาดในโรงเรียนที่ติดต่อได้ง่ายผ่านการไอ จาม
- ไข้สมองอักเสบเจอี (JE) : ป้องกันโรคที่มีพาหะจากยุง ซึ่งมักระบาดในที่ชื้นแฉะหรือช่วงหน้าฝน
- คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTP) : วัคซีนกระตุ้นในช่วงอายุ 4-6 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเข้าชั้นประถม
ในยุค 2026 ที่สภาพอากาศแปรปรวน โรคเหล่านี้มักระบาดหนักในช่วงเด็กเปิดเทอมใหม่ :
- ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) : สำคัญที่สุด! ควรฉีดกระตุ้นทุกปี (ปีละ 1 ครั้ง) ก่อนเข้าฤดูฝน เพราะเชื้อเปลี่ยนสายพันธุ์ตลอดเวลา ช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาล
- อีสุกอีใส (Varicella) : หากลูกยังไม่เคยเป็นหรือยังฉีดไม่ครบ 2 เข็ม แนะนำให้จัดจัดการให้เรียบร้อย เพราะอีสุกอีใสในวัยเรียนมักระบาดเป็นวงกว้างและทำให้ลูกต้องหยุดเรียนนาน
- ไอพีดี (IPD) : ป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เหมาะมากสำหรับเด็กเล็กที่เพิ่งเริ่มเข้าเตรียมอนุบาล
- ตับอักเสบเอ (Hepatitis A) : ป้องกันการติดเชื้อผ่านทางอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อลูกเริ่มทานอาหารร่วมกับผู้อื่นที่โรงเรียน
- สุขภาพต้องพร้อม : ลูกต้องไม่มีไข้ หรือเจ็บป่วยฉับพลันในวันที่ไปฉีด
- เตรียมใจลูกน้อย : บอกลูกล่วงหน้าอย่างใจดี ไม่ควรใช้คำขู่ เช่น "ถ้าดื้อจะให้หมอฉีดยา" เพื่อไม่ให้ลูกกลัวสถานพยาบาล
- สังเกตอาการหลังฉีด : เตรียมยาลดไข้สำหรับเด็ก และสังเกตอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ควรรีบปรึกษาแพทย์

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา