5 อาการเตือนภัยเงียบสตรี ที่ผู้หญิงชอบคิดว่า 'เดี๋ยวก็หาย'

บทความสุขภาพ

04 มิ.ย. 2569
ครั้ง

5 อาการเตือนภัยเงียบสตรี ที่ผู้หญิงชอบคิดว่า 'เดี๋ยวก็หาย'
      ถึงเวลาที่ผู้หญิงยุคใหม่ ต้องหันกลับมาฟังเสียงสัญญาณเตือนจากร่างกายกันอย่างจริงจังแล้วครับ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงเรามักจะละเลยอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ในระบบสืบพันธุ์และร่างกาย เพียงเพราะคิดว่าเกิดจากความเครียด พักผ่อนน้อย หรือเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิงที่ "เดี๋ยวก็หายเอง" แต่ความจริงแล้ว อาการทั่วไปเหล่านั้นอาจเป็น "ภัยเงียบ" ที่คอยเตือนถึงโรคร้ายแรง เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ เนื้องอกมดลูก หรือแม้กระทั่งมะเร็งปากมดลูก

5 อาการภัยเงียบที่ผู้หญิงห้ามมองข้าม

  • ปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ : ในทุกๆ เดือน ผู้หญิงหลายคนคิดว่าการปวดท้องเมนส์เป็นเรื่องปกติและเลือกที่จะกินยาแก้ปวดประทังไป แต่หากมีอาการปวดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรอบเดือน ปวดจนร้าวลงขา ร้าวไปที่หลัง หรือทานยาแก้ปวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย ดีไม่ดีนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือโรคช็อกโกแลตซีสต์ที่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคต
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ มากระปริบกระปรอย หรือมามากเกินไป : ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มาเดือนเว้นเดือน มีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน หรือเมนส์มามากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 1-2 ชั่วโมงและมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ปนออกมา อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความผิดปกติของฮอร์โมน หรืออาจมีเนื้องอกในมดลูก ตลอดจนมะเร็งโพรงมดลูกที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์จากสูตินรีแพทย์
  • ตกขาวเปลี่ยนสี มีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการคันร่วมด้วย : ตามปกติแล้วตกขาวของผู้หญิงจะมีสีขาวหรือใสและไม่มีกลิ่นเหม็น แต่ถ้าเริ่มสังเกตเห็นตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เขียว เทา หรือมีลักษณะเป็นก้อนแป้งเปียกหนาๆ ควบคู่ไปกับกลิ่นคาว กลิ่นเหม็นอับ หรือมีอาการคันและแสบบริเวณช่องคลอด นั่นคือสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ต้องได้รับยาปฏิชีวนะให้ตรงจุด ไม่ควรซื้อยาสอดมาใช้เองมั่วๆ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ : อาการนี้ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนภัยที่ค่อนข้างอันตรายและจำเพาะเจาะจงมาก หากคุณมีเลือดสีแดงสดหรือสีน้ำตาลไหลซึมออกมาหลังการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ช่วงรอบเดือน ห้ามคิดว่าเป็นแค่เรื่องช่องคลอดฉีกขาดเล็กน้อยเด็ดขาด เพราะนี่คืออาการเริ่มแรกที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก หรืออาจเกิดจากการมีติ่งเนื้อที่ปากมดลูกเกิดการอักเสบและติดเชื้อ
  • คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้แม้ไม่มีอาการเจ็บ : ผู้หญิงส่วนใหญักจะไปพบแพทย์ก็ต่อเมื่อรู้สึกเจ็บปวด แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ ก้อนเนื้อที่เป็นเซลล์มะเร็งเต้านมในระยะแรกๆ มักจะ "ไม่มีอาการเจ็บเลย" การคลำเจอก้อนเนื้อหนาๆ แข็งๆ หรือผิวหนังบริเวณเต้านมมีลักษณะบุ๋มลงไปคล้ายผิวส้ม รวมถึงมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกจากหัวนม ถือเป็นวิกฤตสุขภาพที่ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำแมมโมแกรมโดยด่วนที่สุด

วิถีการดูแล ตรวจเช็ก และป้องกัน
      การรู้เท่าทันโรคไม่ได้จบลงแค่การเช็กอาการครับ แต่ต้องควบคู่ไปกับแนวทางการดูแลตัวเองและการตรวจคัดกรองทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ 

  • บันทึกรอบเดือนเป็นประจำ (Track Your Cycle) : ควรจดวันที่ประจำเดือนมา ปริมาณ (ใช้ผ้าอนามัยกี่แผ่น) และระดับความปวดไว้เสมอ การมีข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้เร็วและตรงจุดมากขึ้นเมื่อเกิดความผิดปกติ
  • ฝึกคลำเต้านมด้วยตัวเองเดือนละครั้ง (Breast Self-Exam) : แนะนำให้ตรวจช่วง 7 วันหลังประจำเดือนหมด เพราะเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึง โดยการคลำวนเป็นก้นหอยรอบเต้านมไปจนถึงใต้รักแร้เพื่อเช็กก้อนเนื้อผิดปกติ
  • เข้ารับการตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกปีละครั้ง : ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือผู้หญิงโสดที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจภายในและตรวจ HPV DNA Test เป็นประจำ เพราะมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ เลย
  • ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV Vaccine) : เป็นเครื่องมือป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์อันตรายที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
  • ปรับสมดุลฮอร์โมนด้วยไลฟ์สไตล์ : เลี่ยงการทานของทอด ของมัน หรืออาหารแปรรูปที่มีสารเร่งฮอร์โมน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียด เพราะความเครียดและน้ำหนักที่เกินเกณฑ์ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของรังไข่และมดลูก

      ร่างกายของผู้หญิงมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนสูงมาก อาการปวดท้องเมนส์รุนแรง ประจำเดือนมาผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่น เลือดออกหลังร่วมเพศ หรือการคลำพบก้อนที่เต้านม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะรอให้หายเองได้ การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายในทุกๆ วัน ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต คลักตรวจเต้านมด้วยตัวเอง และการเข้ารับการตรวจภายในรวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรีเป็นประจำทุกปี คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณตรวจพบปัญหาก่อนที่มันจะลุกลาม และรักษาได้อย่างทันท่วงทีเพื่อสุขภาวะที่แข็งแรงยืนยาว
5อาการเตือนภัยเงียบสตรีที่ผู้หญิงชอบคิดว่าเดี๋ยวก็หาย.png

ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา

iConsFacebook.png iConsInstagram.png iConsLine.png iConsX.png iConsYouTube.png iConsTikTok.png