5 โรคอันตราย อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือด
บทความสุขภาพ
10 ก.ย. 2569
ครั้ง
5 โรคอันตราย อาจทำให้ถ่ายเป็นเลือด
อาการถ่ายเป็นเลือด ไม่ว่าจะมาในลักษณะอุจจาระปนเลือดสด เลือดหยดตามหลัง หรืออุจจาระมีสีดำสนิทปนลิ่มเลือด ถือเป็นสัญญาณเตือนจากระบบทางเดินอาหารที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด แม้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงโรคริดสีดวงทวารทั่วไป แต่ในความจริงแล้ว อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งต้องการการคัดกรองและรักษาอย่างทันท่วงที มาดูกันว่า 5 โรคอันตรายที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดเป็นสัญญาณเตือนมีอะไรบ้าง
อาการถ่ายเป็นเลือด ไม่ว่าจะมาในลักษณะอุจจาระปนเลือดสด เลือดหยดตามหลัง หรืออุจจาระมีสีดำสนิทปนลิ่มเลือด ถือเป็นสัญญาณเตือนจากระบบทางเดินอาหารที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด แม้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเพียงโรคริดสีดวงทวารทั่วไป แต่ในความจริงแล้ว อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งต้องการการคัดกรองและรักษาอย่างทันท่วงที มาดูกันว่า 5 โรคอันตรายที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดเป็นสัญญาณเตือนมีอะไรบ้าง
- มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Cancer) : เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่มักแสดงอาการเตือนด้วยการถ่ายเป็นเลือด โดยอาจเป็นเลือดสดหรือเลือดสีมืดปนมากับอุจจาระ มักเกิดร่วมกับพฤติกรรมอุจจาระที่เปลี่ยนไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ขนาดของลำไส้หรืออุจจาระเล็กลงเท่าแท่งดินสอ รู้สึกถ่ายไม่สุด น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีภาวะโลหิตจาง
- ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colon Polyps) : แม้ติ่งเนื้อในระยะแรกจะไม่ใช่มะเร็ง แต่เมื่อติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น การเสียดสีกับอุจจาระอาจทำให้เกิดแผลและมีเลือดออกปนมากับอุจจาระได้ ที่สำคัญคือติ่งเนื้อเหล่านี้มีโอกาสพัฒนาไปเป็นก้อนเนื้องอกและกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในอนาคต หากตรวจพบและตัดออกได้เร็วจะช่วยป้องกันมะเร็งได้
- โรคลำไส้ให้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease - IBD) : รวมถึงโรคโครห์น (Crohn's Disease) และโรคลำไส้ใหญ่บวมอักเสบเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติจนทำให้เยื่อบุลำไส้เกิดการอักเสบ เป็นแผล เรื้อรัง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด ถ่ายเหลวเรื้อรัง ปวดเกร็งท้อง มีไข้ต่ำๆ และน้ำหนักลด
- ภาวะเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก (Upper GI Bleeding) : หากมีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นรุนแรงจนเลือดออก เลือดจะถูกย่อยผ่านระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้อุจจาระออกมามี สีดำสนิท เหนียว และมีกลิ่นเหม็นคาวจัดเหมือนถ่าน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันทีเพื่อป้องกันการช็อกจากการเสียเลือด
- โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบหรือมีเลือดออก (Diverticular Disease) : เกิดจากผนังลำไส้ใหญ่มีโป่งพองเป็นโป่งถุงเล็กๆ เมื่อเส้นเลือดบริเวณถุงนั้นเกิดการปริแตกหรืออักเสบ จะทำให้มีเลือดสดๆ หรือเลือดสีแดงเข้มออกมากับอุจจาระในปริมาณมากอย่างทันท่วงที โดยอาจมีหรือไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยก็ได้
สังเกตสีเลือดเพื่อประเมินจุดเกิดโรคเบื้องต้น
- เลือดสดหยดตามหลัง หรือติดติดบนกระดาษชำระ : มักมาจากทางเดินอาหารส่วนล่าง เช่น ริดสีดวงทวาร แผลแคมทวารหนัก หรือเนื้องอกบริเวณปลายทวาร
- เลือดสีแดงเข้ม หรือปนอยู่ในเนื้ออุจจาระ : มักมาจากลำไส้ใหญ่ส่วนบน ติ่งเนื้อ หรือลำไส้อักเสบ
- อุจจาระสีดำสนิท กลิ่นเหม็นคาวจัด : มักมาจากทางเดินอาหารส่วนบน เช่น แผลในกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร
อาการถ่ายเป็นเลือดไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ควรรอให้หายเอง ไม่ว่าจะเป็นเลือดสด เลือดปนอุจจาระ หรืออุจจาระสีดำสนิท เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือแผลในกระเพาะอาหาร การสังเกตความผิดปกติและเข้าพบแพทย์เพื่อส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้พบสาเหตุที่แท้จริง รักษาได้ตรงจุด และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตาม โซเชียลเน็ตเวิร์ก ของเรา